มีข้อผิดพลาด
  • JLIB_DATABASE_ERROR_FUNCTION_FAILED

ประวัติภาควิชาจุลชีววิทยา

     เมื่อรองศาสตราจารย์ ดร. นลิน นิลอุบล สำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2513 และกลับมารับราชการในภาควิชาพฤกษศาสตร์  คณะวิทยาศาสตร์ได้มอบหมายให้อาจารย์เปิดรายวิชาแบคทีเรียวิทยาทั่วไป เพื่อรองรับการเรียนการสอนนิสิตจากคณะแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์และคณะอื่นๆ รวมมากกว่า 300 คน  มีการเรียนการสอนทั้งในภาคบรรยายและภาคปฏิบัติการ ซึ่งรอง ศาสตราจารย์ ดร. นลิน ได้จัดทำเอกสารประกอบการสอนและคู่มือการปฏิบัติการทางจุลชีววิทยาอย่างสมบูรณ์ นับเป็นรายวิชาแรกในสาขาจุลชีววิทยาที่มีการเรียนการสอนในคณะวิทยาศาสตร์   ต่อมา อาจารย์ได้เปิดรายวิชาภูมิคุ้มกันวิทยาและวิชาไวรัสวิทยาเพิ่มเติม   หลังจากได้มีการเรียนการสอนไประยะหนึ่ง รองศาสตราจารย์ ดร. นลิน มีวิสัยทัศน์ว่าวิชาที่เปิดสอนไม่สอดคล้องกับสาขาวิชาด้านพฤกษศาสตร์ และเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาวิชาการทางด้านจุลชีววิทยาให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น จึงเห็นสมควรที่จะก่อตั้งภาควิชาจุลชีววิทยา เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศอื่น ที่มีการจัดตั้งสาขาวิชาจุลชีววิทยาแยกเป็นเอกเทศอีกสาขาวิชาหนึ่ง  รองศาสตราจารย์ ดร. นลิน จึงได้ดำเนินการจัดตั้งภาควิชาจุลชีววิทยา   และด้วยการสนับสนุนของอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และหัวหน้าภาควิชาพฤกษศาสตร์    ภาควิชาจุลชีววิทยาได้รับอนุมัติให้จัดตั้งในวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2518 เพื่อจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี สาขาวิชาจุลชีววิทยา เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และจนถึงปัจจุบันนี้ได้มีการผลิตบัณฑิตไปแล้วจำนวน 37 รุ่น   สำหรับการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษา ภาควิชาฯได้เริ่มเปิดสอนหลักสูตรปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาจุลชีววิทยาทางอุตสาหกรรม เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2523 และหลักสูตรปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาจุลชีววิทยา เมื่อปี พ.ศ. 2541   

     เมื่อแรกจัดตั้งภาควิชาฯ คณะวิทยาศาสตร์ได้จัดสรรพื้นที่บริเวณสมาคมนิสิตเก่าคณะวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันเป็นที่ทำการของภาควิชา   จากนั้น ภาควิชาฯได้ย้ายที่ทำการไปยังอาคารแถบ นีละนิธิ เมื่อปี พ.ศ. 2528    ด้วยจำนวนนิสิตที่เพิ่มมากขึ้น กอร์ปกับภาควิชามีพันธกิจในด้านต่างๆเพิ่มขึ้น รวมทั้งแผนการเปิดหลักสูตรใหม่เพิ่มเติม   ดังนั้นภาควิชาฯจึงได้ย้ายที่ทำการมายัง ชั้น 13-20 อาคารมหาวชิรุณหิศ  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556

 

จรรยาบรรณอาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน

ตามประกาศ ก.พ.อ. เรื่องมาตรฐานของจรรยาบรรณที่พึงมีในสถาบันอุดมศึกษา 6 ประการคือ

  1. ยึดมั่นและยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง
  2. ซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบ
  3. ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
  4. ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
  5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
  6. ม่ใช้อำนาจครอบงำผิดทำนองคลองธรรมต่อนักศึกษาและต้องครอบคลุมจรรยาบรรณ 10 ประการ

จรรยาบรรณ 10 ประการ

  1. จรรยาบรรณต่อตนเอง
  2. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ 
  3. จรรยาบรรณต่อการปฏิบัติงาน
  4. จรรยาบรรณต่อหน่วยงาน
  5. จรรยาบรรณต่อผู้บังคับบัญชา
  6. จรรยาบรรณต่อผู้ใต้บังคับบัญชา
  7. จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมงาน
  8. จรรยาบรรณต่อนักศึกษาและผู้รับบริการ
  9. จรรยาบรรณต่อประชาชนและ
  10. จรรยาบรรณต่อสังคม

จรรยาบรรณนักวิจัย

  1. นักวิจัยต้องซื่อสัตย์และมีคุณธรรมในทางวิชาการและการจัดการ
  2. นักวิจัยต้องตระหนักถึงพันธกรณีในการทำวิจัยตามข้อตกลงที่ทำไว้กับหน่วยงานที่สนับสนุนการวิจัยและต่อหน่วยงานที่ตนสังกัด 
  3. นักวิจัยต้องมีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชาการที่ทำวิจัย
  4. นักวิจัยต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ศึกษาวิจัย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต
  5. นักวิจัยต้องเคารพศักดิ์ศรี และสิทธิของมนุษย์ที่ใช้เป็นตัวอย่างในการวิจัย
  6. นักวิจัยต้องมีอิสระทางความคิด โดยปราศจากอคติในทุกขั้นตอนของการทำวิจัย
  7. นักวิจัยพึงนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในทางที่ชอบ
  8. นักวิจัยพึงเคารพความคิดเห็นทางวิชาการของผู้อื่น
  9. นักวิจัยพึงมีความรับผิดชอบต่อสังคมทุกระดับ

คุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์